การประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม ๕ ประเทศเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ ๑๒

วันเวลา: 
22 กันยายน 2011, 8:30 - 23 กันยายน 2011, 16:30
สถานที่: 
โรงแรมพลาซา แอธินี กรุงเทพฯ

การประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ เรื่องมลพิษหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ 12 (Technical Working Group on Transboundary Haze Pollution: TWG) และ การประชุมคณะทำงานภายใต้รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ ๑๒ (Sub-regional Ministerial Steering Committee on Transboundary Haze Pollution: MSC) เพื่อสรุปสถานการณ์ไฟและหมอกควันในประเทศสมาชิก (ไทย บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย) และหารือแนวทางการแก้ไขปัญหา พร้อมทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของสมาชิก ๕ ประเทศ ในวันที่ 22 – 23 กันยายน 2554 ณ โรงแรมพลาซา แอทธินี กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ในวันที่ 23 กันยายน 2554 นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมและร่วมประชุม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย

สำหรับประเด็นสำคัญที่จะหารือในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ ๑) สรุปสถานการณ์ไฟและหมอกควันในประเทศสมาชิก ในปี ๒๕๕๔ และแนวทางการแก้ไขปัญหา ๒) รายงานความก้าวหน้ากิจกรรมภายใต้ TWG&MSC ๓) สรุปผลการแก้ไขปัญหาไฟและหมอกควันตามแผนปฏิบัติการแห่งชาติ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ๔) การทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของ TWG&MSC ความสำเร็จ อุปสรรค และแผนงานในอนาคตของ TWG&MSC

รายงานผลการประชุม

สืบเนื่องจากปี 2549 ประเทศสมาชิกอาเซียนเขตเส้นศูนย์สูตรได้รับผลกระทบรุนแรงจากมลพิษหมอกควันอันเป็นผลมาจากไฟในเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย ประเทศที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย จึงได้จัดการประชุมวาระเร่งด่วนและมีมติให้จัดตั้งคณะทำงาน (Technical Working Group on Transboundary Haze Pollution: TWG) ขึ้น โดยมีผู้แทนระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสจากประเทศสมาชิกเข้าร่วม และมีคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ (Sub-regional Ministerial Steering Committee on Transboundary Haze Pollution: MSC) เป็นผู้กำกับดูแลการดำเนินงาน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นเวทีให้ประเทศต่างๆ ได้รับทราบข้อมูล และหารือประเด็นแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยอาศัยกลไกความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน รวมถึงช่วยกระตุ้นจิตสำนึกและสร้างความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาคและระดับภูมิภาคในการแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

ที่ผ่านมาได้มีการประชุม TWG&MSC แล้วทั้งสิ้น 11 ครั้ง โดยที่ประชุม the 11th TWG&MSC มีมติเห็นชอบให้ประเทศไทย พิจารณารับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 12th TWG&MSC ในปี 2554 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) จึงได้กำหนดจัดการประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ 12 และการประชุมคณะทำงานภายใต้คณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ 12 (12th TWG&MSC) ในวันที่ 22-23 กันยายน 2554 ณ โรงแรมพลาซา แอธินี กรุงเทพฯ โดยมี นายพิทยา พุกกะมาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมและร่วมประชุมในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย

ศูนย์เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาอาเซียน (ASEAN Specialised Meteorological Centre: ASMC) รายงานต่อที่ประชุมว่าหน้าแล้งของภูมิภาคจะยาวนานจนถึงต้นเดือนตุลาคม 2554 ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการเพิ่มสูงขึ้นของจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) และมลพิษหมอกควันข้ามแดนได้ ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ประเทศสมาชิกดำเนินมาตรการในการเฝ้าระวังการเกิดไฟ และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤติหมอกควันที่อาจเกิดขึ้น

ในการประชุม ผู้แทนประเทศอินโดนีเซียได้รายงานให้ทราบถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาไฟและมลพิษหมอกควันของอินโดนีเซีย ภายใต้แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟและหมอกควันแห่งชาติอินโดนีเซีย โดยมีกิจกรรมหลักที่ได้ดำเนินการ เช่น การพัฒนากรอบแนวทางปฏิบัติในการป้องกันและควบคุมไฟ (Standard Operating Procedure: SOP) การให้การสนับสนุนงบประมาณในการจัดชื้ออุปกรณ์ในการดับไฟให้กับท้องถิ่น การจัดตั้งคณะทำงานด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภายใต้ระเบียบกระทรวงสิ่งแวดล้อม การทำฝนเทียม และการรณรงค์งดการเผา และสร้างจิตสำนึกในการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเกษตร สิ่งแวดล้อม และป่าไม้ ให้กับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ที่ประชุมได้แสดงความหวังว่าอินโดนีเซีย จะสามารถให้สัตยาบันต่อข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ได้ในเร็ววันนี้

และผู้แทนประเทศไทยได้รายงานให้ที่ประชุมทราบความก้าวหน้าผลการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขง โดยเฉพาะประเด็นการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดผลการดำเนินงานจากการลดจำนวน hotspot สะสมของอนุภูมิภาคแม่โขง และความร่วมมือระหว่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สหภาพพม่า และประเทศไทย ในการพัฒนาศักยภาพในการติดตามตรวจสอบคุณภาพาอากาศ โดยประเทศไทยจะติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 1 สถานี ให้กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจัดส่งหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศไปยังสหภาพพม่าในช่วงหน้าแล้งหากมีการร้องขอ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แสดงความชื่นชมความสำเร็จของความร่วมมือระดับทวิภาคีระหว่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งมาเลเซียและสิงคโปร์ได้แสดงความจำนงค์ที่จะดำเนินโครงการความร่วมมือในลักษณะดังกล่าวต่อไป หากได้รับการตอบรับจากคณะกรรมการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ อินโดนีเซีย พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้ร้องขอให้สำนักงานเลขาธิการอาเซียนเพิ่มบทบาทในการประสานงานประเทศสมาชิกในการแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามตรวจสอบ การประเมินสถานการณ์ การเผยแพร่ข้อมูล และการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินร่วมกัน

และที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้มีการพัฒนาศักยภาพการจัดการปัญหาหมอกควัน ทั้งด้านการติดตามตรวจสอบและเตือนภัย และการป้องกันและดับไฟ ซึ่งรวมถึงการพัฒนาและปรับปรุงระบบการคาดการณ์ระดับความรุนแรงของการเกิดไฟ (Fire Danger Rating System: FDRS) การดำเนินโครงการความร่วมมือระดับทวิภาคี การจัดตั้งเครือข่ายการฝึกอบรมด้านหมอกควันระดับภูมิภาค (Regional Haze Training Network: RHTN) ซึ่งประเทศสมาชิกจะกำหนดการฝึกอบรมหลักสูตรที่ประเทศนั้นๆ มีความเชี่ยวชาญ การพัฒนาช่องทางการติดต่อประสานงานระหว่างประเทศสมาชิก การสนับสนุนให้มีกลไก standby arrangement และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการให้ช่วยเหลือระหว่างกันในการดับไฟ รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งในการจัดการไฟทั้งในระดับชาติและอนุภูมิภาค สำหรับการประชุมในครั้งต่อไป ประเทศบรูไนรับเป็นเจ้าภาพจัด MSC Forum ครั้งที่ 2 โดยมีกำหนดเบื้องต้นในช่วงต้นปี 2554